|
พระมหาว่าน
พระมหายันต์ เป็นชื่อของพระเครื่องที่พระครูสิทธิยาภิรัต
(เอียด) อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนศาลา เป็นผู้สร้างขึ้นที่วัดเขาอ้อ เมื่อ พ.ศ.2483
เพื่อแจกจ่ายให้แก่ทหารอาสาสมัครไปรบสงครามอินโดจีน
สาเหตุที่เรียกว่า "พระมหาว่าน พระมหายันต์"
เนื่องจากการสร้างพระเครื่องทั้ง 2 ชนิดนี้ใช้ว่านกว่า 108 ชนิด และ ลงอักขระเลขยันต์
พระมหาว่านมี 2 ชนิด คือ พระมหาว่านขาว กับ พระมหาว่านดำ มีอยู่หลายพิมพ์
พิมพ์ใหญ่มีขนาดสูง 2.7 เซนติเมตร กว้าง 1.8 เซนติเมตร พิมพ์เล็กขนาดสูงประมาณ
2.1 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1.4 เซนติเมตร ลักษณะพิมพ์เป็นรูปกลีบบัว บางคนเรียกว่า
"พระกลีบบัววัดเขาอ้อ" องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิราบบนกลีบบัวหงายแสดงปางสมาธิ
ยอดพระเกศาเป็นบัวตูม พระเศียรโต พระพักตร์ยาวรีเป็นรูปไข่ ปีกด้านข้างองค์พระมีรอยขีดรอบองค์
ด้านหลังมีอักขระนูนขึ้นมาเป็นรูปตัว "นะล้อม" และมีอุณาโลม
ลักษณะอักขระบางพิมพ์อาจแตกต่างกันบ้าง เดิมพระมหาว่านมีสีเดียวคือสีขาว
แต่เมื่อสร้างพระเสร็จนำพระไปรมควันด้วยว่านยาจึงทำให้พระบางส่วนกลายเป็นสีดำ
พระมหายันต์เป็นพระเนื้อตะกั่วประสมด้วยเงินยวง มีลักษณะเป็น "พระควัมบดี"
มีมือปิดตาคู่หนึ่ง ปิดทวารคู่หนึ่ง มองเห็นนิ้วพระหัตถ์ได้ชัดเจน ด้านหลังไม่มีอักขระใดๆ
มีขนาดสูง 1.8 เซนติเมตร กว้างที่ฐาน 1.4 เซนติเมตร พระมหายันต์ได้หล่อขึ้นที่วัดเขาอ้อ
โดยใช้เบ้าโลหะแบบขนมทองพับจุ่มลงไปในโลหะที่กำลังเดือดได้ครั้งละ 1 องค์
พระมหายันต์ทุกองค์ จึงไม่มีลักษณะที่แม่พิมพ์เคลื่อนเลย ลักษณะเนื้อพระเป็นสีดำคล้ำ
มีเพียงเนื้อเดียว
พระมหาว่าน
พระมหายันต์ สร้างขึ้นจำนวนเท่าใดไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด แต่เข้าใจกันว่าคงจะหลายหมื่นองค์
เมื่อสร้างเสร็จแล้ว พระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด) ได้ทำพิธีปลุกเสกโดยนำพระมหาว่าน
พระมหายันต์ทั้งหมดขึ้นไปทำพิธีบนเขาอ้อ ปลูกปะรำพิธีขึ้นบนเขาที่เรียกว่า
"บนบาท" หรือบริเวณซากมณฑปพระพุทธบาทร้าง รอบเชิงเขาอ้อในบริเวณวัดสร้างปะรำพิธี
นิมนต์พระอาจารย์ที่มีความชำนาญทางไสยศาสตร์ทั่วจังหวัดพัทลุง นั่งปลุกเสกโดยใช้สายสิญจน์โยงจากปะรำพิธีบนยอดเขามายังเชิงเขา
ในตอนเช้าของทุกวันจะมีการสวดชัยมงคลของพระภิกษุ ณ เชิงเขา และมีเทศนา
1 กัณฑ์ พระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด) ได้ทำพิธีปลุกเสกบนยอดเขาเป็นเวลา
15 วัน 15 คืน ในระหว่างที่ทำพิธีปลุกเสกอยู่นี้ ห้ามทุกคนขึ้นไปบนยอดเขา
อนุญาตให้ขึ้นได้เพียง 2 ท่าน คือ พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ (ขณะนั้นเป็นฆราวาส)
กับ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เมื่อปลุกเสกครบ 15 วันแล้ว พระครูสิทธิยาภิรัต
(เอียด) ได้นำพระเครื่องทั้งหมดเข้าไปปลุกเสกภายในถ้ำฉัททันต์ ณ เชิงเขาอ้ออีก
7 วัน 7 คืน เมื่อครบกำหนดแล้วได้นำพระกลับไปยังวัดดอนศาลา นำเข้าไปปลุกเสกภายในอุโบสถอีก
7 วัน 7 คืน จึงนำออกแจกจ่ายให้แก่ทหารอาสาสมัครไปรบสงครามอินโดจีน
สุดยอดพระเครื่องเนื้อว่าน
ที่จะอยู่คู่กับตำนานเมืองพัทลุงตลอดไป
สำนักเขาอ้อแห่งเมืองพัทลุง
ถือเป็นสำนักแรกที่ได้มีการสร้างพระเครื่องขึ้นมา เพื่อสนองคุณชาติในยุคสงครามอินโดจีน
อันเป็นประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมายาวนานร่วมพันปี ใช่ครับ..พระมหาว่านขาว-ดำ
ที่สร้างและปลุกเสกโดยท่านอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา เพื่อแจกจ่ายให้กับทหารหาญที่เข้าร่วมรบในสมรภูมิสงครามอินโดจีนและบรรดาศานุศิษย์
ถือเป็นสุดยอดพระเครื่องด้วยเจตนาในการสร้างที่ดี พระอาจารย์ผู้สร้างเป็นผู้เก่งกล้าในวิทยาคม
มวลสารที่สร้างล้วนแต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ พีธีการปลุกเสกเข้มขลังและถูกต้องตามตำราโบราณทุกประการ
และประวัติการสร้างที่ชัดเจนจึงส่งให้พระรุ่นนี้กลายเป็นสุดยอดพระเครื่อง
ที่จะอยู่คู่กับประวัติศาสตร์เมืองพัทลุงและวงการพระเครื่องตลอดไป
เพื่อนสมาชิกท่านใดที่มีพระรุ่นนี้อยู่ในครอบครองกับตัวเองหรือในครอบครัวโดยเฉพาะคนเมืองลุงบ้านเรา
หากเป็นพระแท้แล้ว โปรดรับรู้ไว้เถิดครับว่าท่านมีของดีของศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเป็นสมบัติล้ำค่า
และเป็นบุญวาสนาของท่านยิ่งแล้วอย่างได้ปล่อยให้หลุดมือไปเป็นอันขาด เงินทองไม่ตายก็หาใหม่ได้ไม่ยากครับ
แต่ของแบบนี้ถึงมีเงินบางครั้งก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ครับ
อ้างอิง :
หนังสือ " วัดดอนศาลา
" โดย
ธีระทัศน์ ยิ่งดำนุ่น จำเริญ เขมานุวงศ์
พ.ศ.2532
ขอขอบคุณ : คุณไก่ เมืองลุง
ภาพ/ทัศนะ
|