พระเกจิอาจารย์พัทลุง
พระอาจารย์ทองเฒ่า
พระอาจารย์เอียด
พระอาจารย์นำ
พระอาจารย์ปาน
พระครูพิพัฒน์สิริธร
หลวงพ่อดิษฐ์ ติสฺสโร
หลวงพ่อหมุน
หลวงพ่อเล็ก
หลวงพ่อพลับ
หลวงปู่เจ็ก
หลวงพ่อกลั่น
พระอาจารย์ศรีเงิน
พระอาจารย์คล้อย
หลวงพ่อพรหม
หน้าแรก
ทำเนียบคนรักพระเครื่อง
พระดี พระดัง จังหวัดพัทลุง
เหรียญคณาจารย์พัทลุง
พระปิดตาพัทลุง
พระเนื้อผงเนื้อว่านพัทลุง

สำนักวัดเขาอ้อ
ขุนพันธรักษ์ราชเดช

พิธีกรรมทางไสยศาสตร์
ถ้ำฉัททันต์
ธนูสั่ง
เครื่องรางของขลัง

วัตถุมงคลพัทลุง
วัตถุมงคลวัดปากสระ
วัตถุมงคลวัดภูเขาทอง
วัตถุมงคลวัดเขาอ้อ
วัตถุมงคลวัดบ้านสวน
สมาชิก พระเครื่องเมืองลุง
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :

ร้านโจ้พัทลุง
ศ.สิริวัฒน์
อ้น สมุย
แอ๊ดหาดใหญ่
จอม พัทลุง
น้ำตกไทรโยกน้อยพระเครื่อง
ชัย เขาอ้อ
Web Link
ศูนย์พระดอทคอม

นิตยสารลานโพธิ์
หนังตะลุง
มรดกใต้
เมืองลุง
ประวัติ หลวงพ่อดำ สุวัณโณ (ลพ.ดำ วัดหัวหมอน)

หลวงพ่อดำ สุวัณโณ
วัดหัวหมอน อ.เมือง จ.พัทลุง
อดีตเกจิผู้เก่งกล้า อาคมขลัง ทางอภิญญา วาจาสิทธิ์

     เอ่ยถึงพระเกจิคณาจารย์ชั้นเยี่ยมยอดของพัทลุงแล้ว ยากเหลือเกินที่จะห้ามมิให้กล่าวถึง หลวงพ่อดำ สุวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดหัวหมอน ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง ซึ่งเป็นพระผู้ทรงอภิญญา มากด้วยบุญฤทธิ์ อิทธิเวทอาคมเก่งกล้า วาจาสิทธิ์ องค์นี้ หลวงพ่อดำ สุวัณโณ นามเดิมชื่อ ดำ นามสกุล ทองมี ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2423 ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ เดือน 2 ปีมะโรง ณ บ้านท่าแค หมู่ที่ 7 ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โยมบิดาชื่อ นายมุด นามสกุลทองมี โยมมารดาชื่อ นางติก นามสกุลทองมี ประกอบอาชีพทำนา

     ชีวิตในวัยเด็กของหลวงพ่อดำ เหมือนกับเด็กชนบททั่วไป ศึกษาไปตามยุคสมัยโบราณ แต่ท่านจะมีลักษณะบางสิ่งบางอย่างที่ผิดจากเด็กทั่วไปคือชอบศึกษาสนใจในเรื่องเวทมนต์ อาคมคาถาต่าง ๆ เป็นอย่างมาก และชอบไปคลุกคลีกับครูบาอาจารย์วัดต่าง ๆ เพื่อจะศึกษาวิชาอาคมซึ่งในยุค 100 กว่าปีที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับกันเลยว่าใครมีวิชาอาคมต้องเป็นของแท้แน่นอนอย่างที่สุด หลวงพ่อดำท่านชอบศึกษาไม่เว้นแต่พ่อแก่พ่อเฒ่า คนที่มีอายุมีวิชาอาคมแก่กล่าในสมัยนั้น หลวงพ่อดำ ท่านจึงได้ซึมซับรับรู้สรรพวิชาต่าง ๆ มากเท่าที่จะมากได้ ซึ่งเล่าขานกันว่าท่านได้ฉายแวววาจาสิทธิ์ก่อนที่บวชด้วยซ้ำ ท่านสามารถทำนายทายทักได้อย่างแม่นยำในสิ่งต่าง ๆ เหมือนตาเห็นจนกระทั้งอายุลว่งถึง 24 ปี ท่านเกิดความปิติสุขสงบกายใจอยากที่บวช เพื่อสร้างบุญกุศลทำให้โยมบิดา มารดา และญาติตลอดถึงชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันตื้นตันใจ พากันอนุโมทนาสาธุ และได้อุปสมบทเมื่อ วันพุธ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2446 ตรงกับแรม 8 ค่ำเดือน 4 โดยมี เจ้าอธิการสัง เป็นพระอุปัชฌาย์ ไม่ทราบนามฉายา และพระกรรมวาจาจารย์ เมื่อบวชซึ่งได้รับฉายาว่า “ สุวัณโณ “ หลังจากบวชครองจีวรอยู่ในสมณเพศเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ หลวงพ่อดำ ท่านเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติสร้างความเลื่อมใสศรัทธาต่อคนในสมัยนั้นเป็นอย่างนั้น

     หลวงพ่อดำ ได้เป็นที่พึ่งศูนย์รวมใจของชาวบ้านทั้งในหมู่บ้าน และละแวกใกล้เคียง แน่นอนที่สุดสรรพวิชาคาถาที่ท่านมีอยู่ ท่านก็หมั่นศึกษาอยู่เสมอ เรียนรู้เพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์บ้าง ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง จากตำหรับ ตำราเก่า ๆ จนกระทั่งท่านแตกฉาน กิตติศัพท์กิตติคุณ จนเป็นที่เลื่องลือทุกสารทิศในนามพระผู้ทรงอภิญญามากด้วยบุญฤทธิ์ อิทธิเวท เก่งกล้า อาคมขลัง วาจาศักดิ์สิทธิ์ สมัย หลวงพ่อดำ ยังมีชีวิตอยู่ ขณะท่านครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหัวหมอน สาธุชนญาติโยมจึงต่างพากันหลั่งไหลมาที่วัดจากที่ต่าง ๆ ทั่วทุกสารทิศเพื่อกราบนมัสการ หลวงพ่อดำ สุวัณโณ บางคนมีความทุกข์โศกโรคภัยสาพัด ต่างก็มุ่งหน้ามาหาท่าน เพื่อให้หลวงพ่อดำ ท่านทำพิธีปัดเป่า เสกน้ำมัน น้ำมนต์ และประรดพรมน้ำมนต์ ก็ได้ผลอย่างมอัศจรรย์ โดยเฉพาะคนที่ถูกงูพิษกัด ท่านสามารถรักษาเรียกรีดพิษงูออกจากร่างกายได้ และยิ่งคนกระดูกแตกหักด้วยแล้ว ท่านสามารถรักษาติดต่อกระดูกให้สมานเข้าด้วยกันอย่างชนิดที่ว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แม้กระทั่งคนที่เคราะห์ร้ายถูกยิง กระสุนฝังใน หลวงพ่อดำ ท่านสามารถเป่าเสกเรียกกระสุนให้ขยับออกจากร่างกายได้ ที่สำคัญเฉพาะอย่างยิ่งวาจาศักดิ์สิทธิ์ ของท่านอย่าลิลองดีเป็นเด็ดขาด ซึ่งมีเรื่องเล่าขานสืบทอดกันมาว่าคืนหนึ่งเงียบสงัดเข้าไปในวัดด้วยเจตนาไม่ บริสุทธิ์นั่นเองเพื่อมุ่งหวังที่จะลักขโมยของภายในวัด แต่หลวงพ่อดำ เหมือนดังว่าท่านสามารถรับรู้ด้วยญาณจึงมานั่งรอขโมยดังกล่าวอย่างใจเย็น ขณะที่พระเณรลูกวัดหลับ จำวัดกันทั้งหมด เมื่อขโมยดังกล่าวเข้ามาในวัดแล้ว ท่านเห็นก็เลยอแบซุ่มอยู่ใรความมืด ด้วยความตกใจกลัวหลวงพ่อดำ ท่านจึงเอยทักถามว่าโครมาทำอะไร หัวขโมยก็หาได้ตอบไม่ ท่านถามประโยคเดิมซ้ำถึง 3 ครั้งด้วยกัน ท่านจึงเอ่ยว่าถามแล้วไม่ตอบถ้าจะบ้า เท่านั้นเอง ขโมยคนดังกล่าวออกมากระโดด โลดเต้นพร้อมกับพูดว่า “ มาลักของ “ พูดเสียงดังจนชาวบ้านแตกตี่น พากันมาที่วัดเห็นขโมยอยู่ในสภาพเหมือนคนบ้าที่สุดนั่นเอง

     อีกเรื่องเล่าขานกันว่ามีชายคนหนึ่งวิ่งไล่แทงนาค คนที่จะบวชภายในวัด หลวงพ่อดำ ก็พูดกล่าวห้ามว่าทำอย่างนั้นมันเป็นบาป ชายคนดังกล่าว หาสำนึกไม่ ก็ยังวิ่งไล่แทงจนวุ่นวายไปทั้งวัด หลวงพ่อดำ จึงพูดต่อไปว่าทำอย่างนั้นเวรกรรมจะตามสนองให้หลังแค่ 7 วัน ชายดังกล่าวต้องมานอนตายอยู่ที่หน้าวัดสภาพถูกแทงอย่างน่าอานาถในที่สุด

     อีกเรื่องหลังจากท่านมรณภาพ มีคนหนุ่มเมามาอยากลองของ ก็เลยเข้าไปในวัดเอามือลูบหัวรูปปั้นหลวงพ่อดำ ปรากฏว่าเกิดอาการบ้าพูดไม่รู้เรื่อง ชาวบ้านต้องมัดโซ่ล่ามกับต้นมะขามหน้าวัด ต่อมาญาตินำไปบวชเพื่อขอขมา หลวงพ่อดำ ปรากฏว่าอาการนั้นหายเป็นปกติ

     คุณพ่อเคลื่อน วัย 70 ปี คนที่อยู่ใกล้ชิด ซึ่งเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อดำ ได้เล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมเข้มขลังเป็นอย่างมาก แต่ท่านก็มิได้โอ้อวดตนเองแต่น้อย จะเห็นได้ว่าสมัยหลวงพ่อ ยังมีชีวิตอยู่มีผู้คนเดินทางมายังวัดเพื่อกราบไหว้บูชาท่าน อย่างเนืองแน่นทุกวันมิได้ขาด ด้วยกิตติคุณของหลวงพ่อท่านวาจาศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก คุณพ่อเคลื่อนกล่าวว่าจะเห็นผู้คนต่าง ๆ มากราบขอพรจากท่าน เพื่อให้สมหวังดังความปรารถนาที่มาขอในทุก ๆ ประการ ซึ่งหลวงพ่อท่านก็ได้เมตตาให้พรดังสมปรารถนาจริง ๆ ซึ่งเป็นพรที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก

     อย่างไรก็ตามมีเรื่องแปลกแต่จริงในยุคของ หลวงพ่อดำ สุวัณโณ ก็คือ ท่านไม่ได้สร้างวัตถุมงคลแต่อย่างใด ซึ่งท่านได้กล่าวดั่งเหมือนวาจาสิทธิ์ว่า ถ้าจะสร้างก็ขอให้ท่านสิ้นบุญก่อน แล้วท่านได้ละสังขารถึงกาลมรณภาพด้วยโรคชราอย่างสงบ วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 3 ปีกุน รวมสิริอายุ 80 ปี 57 พรรษา และเก็บสังขารของท่านไว้ 1 ปี ( พ.ศ. 2504 ) เจ้าอาวาสองค์ต่อมาซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 คือ หลวงพ่อคง อุปติสโส

     การจัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญ หลวงพ่อดำ เป็นรุ่นแรกราว พ.ศ.2503 พ่อท่านพุ่ม วัดท่าแคเป็นประธาน ปลุกเสกที่โบสถ์เก่าโดยมีเกจิอาจารย์มากมายนั่งปลุกเสกล้อมรอบเป็นวงกลม นั่งปรกเชิญดวงวิญญาณหลวงพ่อดำ (ในขณะนั้นสังขารของหลวงพ่อดำยังคงเก็บไว้ ) หลังจากนั้นท่านพุ่มก็ได้นำเหรียญทั้งหมดไปปลุกที่สายวัดเขาอ้อ หลังจากนั้นก็ได้นำเหรียญรุ่นแรกมาแจกในงานศพหลวงพ่อดำ ปี 2504 โดยหากทำบุญ 5 บาทจะได้เหรียญกะหไล่ทอง หากทำบุญ 15 บาทจะได้เหรียญดำ ลักษณะเหรียญรุ่นแรกเป็นเรียญเสมา ด้านหน้าตรงครึ่งองค์ ด้านหลังยันต์ เนื้อทองแดงรมดำ และ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เท่านั้น จำนวนการสร้างน้อยมาก ปัจจุบันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก ราคาเล่นสูงพอควร

ขอขอบคุณ ศิษย์พ่อท่านดำ เอื้อเฟื้อข้อมูล
ที่มาบางส่วน: หนังสือพระเครื่องพุทธคุณ และ จากการค้นคว้าสืบหาจากผู้เฒ่าแห่งบ้านหัวหมอนหลาย ๆ ท่านในครั้งนี้ครับ



Powered by
เมืองลุงดอทคอม